อ่านงบการเงินให้เป็น เริ่มจากคำถาม ไม่ใช่ตัวเลข
อ่านงบการเงินหุ้นอย่างไรให้เข้าใจ เริ่มจากคำถาม 4 ข้อ แล้วใช้งบ 3 งบตอบ พร้อมตัวอย่างบริษัทสมมติที่คำนวณให้ดูทีละขั้น
เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
เปิดรายงานประจำปีของบริษัทหนึ่งแห่ง คุณจะเจอตัวเลขหลายร้อยบรรทัด คนส่วนใหญ่เริ่มจากหน้าแรกแล้วไล่ลงไป จนถึงหน้า 30 ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเลขไหนสำคัญ
วิธีที่ใช้ได้จริงกว่าคือกลับด้าน ตั้งคำถามก่อน แล้วค่อยเปิดงบเพื่อหาคำตอบ งบการเงินเป็นเหมือนคลังข้อมูล ถ้าไม่รู้ว่าจะหาอะไร ก็จะเห็นแต่ตัวเลข
บทความนี้ใช้บริษัทสมมติ 2 แห่ง คือ บริษัท ก และ บริษัท ข ตัวเลขทุกตัวเป็นตัวเลขสมมติ หน่วยเป็นล้านบาท
งบ 3 งบ ตอบคำถามคนละข้อ
ก่อนตั้งคำถาม ควรรู้ก่อนว่างบแต่ละงบทำหน้าที่อะไร
งบกำไรขาดทุน: ช่วงเวลานี้ทำกำไรได้เท่าไร
งบนี้ครอบคลุมช่วงเวลา เช่น 1 ปี เริ่มจากรายได้ หักต้นทุนและค่าใช้จ่ายทีละชั้น จนเหลือกำไรสุทธิ สิ่งที่ต้องจำคือ กำไรตามบัญชีบันทึกตามเกณฑ์คงค้าง รายได้ที่บันทึกแล้วอาจยังไม่ได้รับเป็นเงินสด
งบฐานะการเงิน: ณ วันหนึ่ง บริษัทมีอะไรและเป็นหนี้ใคร
งบนี้เป็นภาพนิ่ง ณ วันสิ้นงวด สมการที่ต้องเท่ากันเสมอคือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ ฝั่งซ้ายบอกว่าเงินทุนไปอยู่ที่ไหน ฝั่งขวาบอกว่าเงินทุนมาจากใคร
งบกระแสเงินสด: เงินสดเข้าออกจริงเท่าไร
งบนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน เป็นงบที่ช่วยตรวจว่ากำไรในงบกำไรขาดทุนกลายเป็นเงินสดหรือยัง
คำถาม 4 ข้อ ก่อนเปิดงบ
1. บริษัทหารายได้จากอะไร และรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากไหน เปิดงบกำไรขาดทุนคู่กับหมายเหตุประกอบงบที่แยกรายได้ตามส่วนงาน
2. กำไรกลายเป็นเงินสดไหม เทียบกำไรสุทธิกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
3. เงินทุนมาจากหนี้หรือจากเจ้าของมากกว่า ดูงบฐานะการเงิน
4. เงินสดที่ได้มาไปอยู่ที่ไหน ดูกิจกรรมลงทุนและกิจกรรมจัดหาเงิน ว่าเงินไปลงทุนต่อ จ่ายหนี้ หรือจ่ายเงินปันผล
คำถามชุดนี้ไม่ได้บอกว่าบริษัทไหนเหนือกว่า แต่ช่วยให้คุณรู้ว่ากำลังมองหาอะไรในงบ
ตัวอย่าง: บริษัท ก ทีละขั้น
ขั้นที่ 1 งบกำไรขาดทุน
| รายการ | ล้านบาท |
|---|---|
| รายได้ | 1,000 |
| ต้นทุนของรายได้ | (600) |
| กำไรขั้นต้น | 400 |
| ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน | (250) |
| กำไรจากการดำเนินงาน | 150 |
| ดอกเบี้ยจ่าย | (20) |
| กำไรก่อนภาษี | 130 |
| ภาษีเงินได้ 20% | (26) |
| กำไรสุทธิ | 104 |
อัตรากำไรแต่ละชั้น
- อัตรากำไรขั้นต้น = 400 ÷ 1,000 = 40%
- อัตรากำไรจากการดำเนินงาน = 150 ÷ 1,000 = 15%
- อัตรากำไรสุทธิ = 104 ÷ 1,000 = 10.4%
ตัวเลขสามชั้นนี้ตอบคำถามข้อ 1 ได้บางส่วน คือบริษัทเหลือกำไรเท่าไรจากรายได้ทุก 100 บาท แต่ยังไม่ตอบว่ากำไรนั้นเป็นเงินสดหรือยัง
ขั้นที่ 2 กำไรกลายเป็นเงินสดไหม
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (วิธีทางอ้อม) เริ่มจากกำไรสุทธิ แล้วปรับรายการที่ไม่ใช่เงินสด
| รายการ | ล้านบาท |
|---|---|
| กำไรสุทธิ | 104 |
| บวก ค่าเสื่อมราคา | 36 |
| หัก ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น | (50) |
| หัก สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น | (30) |
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน | 60 |
ตรวจ: 104 + 36 − 50 − 30 = 60
อัตราส่วนเงินสดต่อกำไร = 60 ÷ 104 = 0.58 เท่า
แปลว่ากำไร 100 บาท กลายเป็นเงินสดจากการดำเนินงานประมาณ 58 บาท ส่วนที่หายไปส่วนใหญ่ไปค้างอยู่ในลูกหนี้และสินค้าคงเหลือ ปีเดียวยังสรุปอะไรไม่ได้ อาจเป็นเพราะบริษัทกำลังขยายงาน แต่ถ้าเห็นแบบนี้หลายปีติดกัน คำถามต่อไปคือ ลูกค้าจ่ายเงินช้าลงหรือเปล่า
ขั้นที่ 3 เงินทุนมาจากไหน
| รายการ ณ สิ้นปี | ล้านบาท |
|---|---|
| สินทรัพย์รวม | 1,500 |
| หนี้สินรวม | 700 |
| ส่วนของเจ้าของ | 800 |
ตรวจสมการ: 700 + 800 = 1,500
หนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ = 700 ÷ 800 = 0.875 หรือประมาณ 0.88 เท่า
หนี้สินรวมไม่ได้มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมด ในตัวอย่างนี้สมมติว่าเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยมี 400 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินอื่น ถ้าต้องการดูเฉพาะหนี้ที่มีดอกเบี้ย ให้ใช้ 400 ÷ 800 = 0.5 เท่า ตัวเลขสองแบบนี้ตอบคำถามต่างกัน จึงต้องระบุเสมอว่าใช้นิยามไหน
เทียบกับ บริษัท ข
สมมติว่า บริษัท ข มีกำไรสุทธิเท่ากัน คือ 104 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็น 130 ล้านบาท
อัตราส่วนเงินสดต่อกำไร = 130 ÷ 104 = 1.25 เท่า
สองบริษัทมีกำไรเท่ากัน ถ้าดูแค่บรรทัดกำไรสุทธิจะเห็นว่าเหมือนกัน แต่คำถามข้อ 2 ให้คำตอบต่างกันมาก บริษัท ข อาจเก็บเงินจากลูกค้าได้เร็วกว่า หรือมีค่าเสื่อมราคาสูงกว่า ทั้งสองเหตุผลต้องไปอ่านหมายเหตุประกอบงบต่อจึงจะรู้
นี่คือเหตุผลที่เราบอกว่าให้เริ่มจากคำถาม ตัวเลขบรรทัดเดียวทำให้สองบริษัทดูเหมือนกัน แต่คำถามทำให้เห็นความต่าง
หมายเหตุประกอบงบ: ที่ที่คำตอบจริงอยู่
หลายคนข้ามหมายเหตุประกอบงบเพราะยาว แต่ข้อมูลที่ตอบคำถามทั้ง 4 ข้อส่วนใหญ่อยู่ในนี้
- นโยบายการบัญชี เช่น บริษัทรับรู้รายได้เมื่อไร
- รายการที่เกิดครั้งเดียว เช่น กำไรจากการจำหน่ายที่ดิน หรือผลขาดทุนจากการด้อยค่า ซึ่งทำให้กำไรปีนั้นไม่ใช่ภาพปกติ
- รายละเอียดเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และวันครบกำหนด
- ข้อมูลตามส่วนงาน ว่ารายได้มาจากธุรกิจไหน
ถ้าอ่านงบกำไรขาดทุนแล้วสงสัยว่าทำไมกำไรปีนี้กระโดด หมายเหตุประกอบงบมักมีคำตอบ
สิ่งที่งบการเงินบอกไม่ได้
- อนาคต งบเป็นข้อมูลอดีต ตัวเลขปีหน้าขึ้นกับสมมติฐานที่คุณตั้งเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่บทความ DCF: สมมติฐานสำคัญกว่าสูตร อธิบายไว้
- คุณภาพผู้บริหารและความได้เปรียบในการแข่งขัน งบสะท้อนผลลัพธ์ ไม่ได้บอกสาเหตุทั้งหมด
- สิ่งที่ไม่ได้บันทึกในงบ เช่น ชื่อเสียงของแบรนด์ที่บริษัทสร้างเอง หรือความเสี่ยงที่ยังไม่เกิด
- ราคาตลาด งบบอกว่าบริษัททำอะไรได้ ไม่ได้บอกว่าราคาตลาดสะท้อนอะไรไว้แล้ว ถ้าอยากเชื่อมสองเรื่องนี้ ลองอ่าน กรอบมูลค่าจากโมเดล และ กรณี P/E ต่ำ 4 แบบ
FAQ
ควรอ่านงบไหนก่อน
ไม่มีลำดับที่ตายตัว แต่ถ้าเริ่มจากคำถาม คำถามจะบอกเองว่าต้องเปิดงบไหน คนที่เพิ่งเริ่มมักเริ่มจากงบกำไรขาดทุนเพราะคุ้นที่สุด แล้วใช้งบกระแสเงินสดตรวจว่ากำไรเป็นเงินสดหรือยัง
ต้องดูย้อนหลังกี่ปี
ปีเดียวบอกได้น้อยมาก ตัวอย่างในบทความนี้ใช้ปีเดียวเพื่อให้เห็นวิธีคำนวณ เวลาศึกษาจริงควรดูหลายปีต่อกัน เพื่อแยกว่าอะไรเป็นแนวโน้มและอะไรเป็นเหตุการณ์ครั้งเดียว จำนวนปีที่พอเป็นเกณฑ์ที่คุณตั้งเอง
กำไรสุทธิเป็นบวก แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ แปลว่าอะไร
แปลว่ามีเงินไปค้างอยู่ในรายการอย่างลูกหนี้หรือสินค้าคงเหลือมากกว่ากำไรที่ทำได้ ยังสรุปไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดี ต้องอ่านหมายเหตุประกอบงบต่อว่าเกิดจากการขยายงาน หรือเกิดจากลูกค้าจ่ายเงินช้า
ลองคำนวณเอง
ลองตั้งคำถาม 4 ข้อนี้กับบริษัทที่คุณกำลังศึกษา แล้วลองคำนวณกรอบมูลค่าด้วยตัวเองใน DAVI เครื่องมือศึกษามูลค่าหุ้น
DAVI เป็นเครื่องมือเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน — คุณตัดสินใจเอง
ข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผลคำนวณขึ้นอยู่กับสมมติฐานที่ผู้อ่านกำหนด บทความนี้ใช้ AI ช่วยเรียบเรียง และตรวจทานโดยทีม bnashsandbox ก่อนเผยแพร่